ลดคอมม์ พ.ร.บ. ห้ามจ่ายเกิน 25%
120

ลดคอมม์ พ.ร.บ. ห้ามจ่ายเกิน 25%

บริษัทประกันวินาศภัยที่ขายประกันภัยรถตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถหรือประกันภาคบังคับให้ “สัญญาปากเปล่า” กันไว้ว่า 1 มกราคม 2553 “ลดค่าการตลาด” หรือ “ค่าคอมมิสชั่น” ที่จ่ายให้ “คนกลาง” ขายประกันพ.ร.บ.ส่วนใหญ่คือตัว แทนนายหน้าเหลือ 18-20% แต่ เปิดเพดานหากใครอยากจะจ่ายสูงกว่านี้ห้ามเกิน 25%

จุดมุ่งหมายของมาตรการที่ว่าเพื่อลดผล “ขาดทุน” ให้กับทุกบริษัทที่ขายประกันพ.ร.บ. อันเป็นผลพวงมาจากค่าสินไหม ทดแทนขยับขึ้นจากการเพิ่มความคุ้มครองให้แก่ผู้ประสบภัยจาก รถกว่าเท่าตัว โดยเพิ่มให้ 3 ส่วนคือเสียชีวิตทุพพลภาพ

ถาวร จาก 100,000 บาท เป็น 200,000 บาท, ค่าเสียหายเบื้องต้นกรณีทุพพลภาพอีก 35,000 บาทและเงินชดเชยรายวันกรณีรักษาตัวในโรงพยาบาลอีกวันละ 200 บาท/คน สูงสุดไม่เกิน 20 วัน

“กูรู” ในวงการให้ข้อมูลว่า ตอนยังไม่เพิ่มความคุ้มครอง “ต้นทุนสินไหม” หรือ Loss cost ประกันพ.ร.บ.ไม่สูงมากทำให้เค้กชิ้นนี้มี “มาร์จิ้น” อยู่พอสมควรโดยเฉพาะรถเก๋ง Loss Ratio อยู่ที่ 40% กว่าๆ รถจักรยานยนต์เกือบ 100% แต่พอเพิ่ม

ความคุ้มครอง Loss Ratio เพิ่มทันทีอีกราวๆ 15-20%

รถเก๋งขยับเป็น 60% รถจักรยานยนต์ไม่ต้องพูดถึงยิ่งกว่าขาดทุน นี่แค่ต้นทุนเฉพาะตัวสินไหมยังไม่รวมต้นทุนอีก 2 ตัวซึ่งเป็น “องค์ประกอบ” ในเบี้ยประกันทั้ง “ค่าคอมมิสชั่น” และ “ค่าบริหารจัดการในองค์กร” ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ เงินเดือนพนักงานและอื่นๆ อีกจิปาถะ

โดยเฉพาะ “ค่าคอมมิสชั่น” อดีตแข่งกันจ่ายหนักมากค่าเฉลี่ยในตลาด 30-40% บางค่ายใจกล้าจ่ายให้สูง 50-55% เพื่อเอายอดขาย “ปั้นตัวเลข” สวยหรูดูเติบโตเข้าว่า ทั้งที่ “กฎหมาย” กำหนดให้จ่ายได้ไม่เกิน 12% เท่านั้น เอาค่าสินไหมที่ยังต่ำอยู่มาช่วยถัวเฉลี่ยจ่ายผลตอบ แทนให้ตัวแทน นายหน้า จูงใจกันสุดๆ ยิ่งถ้าใครคุมต้นทุน “แอดมิน” ได้เจ๋งๆ ยิ่งได้เปรียบ โดยค่าคอมมิสชั่นที่จ่ายกันสูงๆ จะแฝงอยู่ในรูปค่า ส่งเสริมการตลาดต่างๆ เพื่อเลี่ยงกฎหมาย

แต่สถานการณ์บริษัทประกันภัยในวันนี้ไม่เหมือนวันวาน “ต้นทุนสินไหมพ.ร.บ.” ที่จ่อคอหอย หากใครยัง “หน้ามืด” แข่งจ่ายคอมมิสชั่นเยอะๆ ตายสถานเดียว!!เพราะค่าคอมมิสชั่นเป็น “ฟิกซ์คอสต์” เพียงตัวเดียวที่บริษัทประกันภัยสามารถ “หั่น” ลงได้ง่ายที่สุดเพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอดต่อไปได้ท่ามกลาง “ต้นทุนใหม่” ที่จะบวกเพิ่มขึ้นอีกเพียบจากกฎ กติกาใหม่ๆ ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)โดยเฉพาะกฎการดำรงเงินกองทุนตามความเสี่ยง (Risk Based Capital : RBC) ที่จะเริ่มใช้ในปี 2554 บริษัทประกันภัยจะต้อง “เพิ่มทุน” ขนานใหญ่ให้เพียงพอกับภาระหนี้สินตามกรมธรรม์ พูดง่ายๆ คือมีกองทุนพอกับความเสี่ยง

อย่างไรก็ดี การผนึกกำลัง “หั่น” ค่าคอมมิสชั่นหากบริษัทประกันภัยสามารถทำได้อย่างที่ปากว่า เป็นเรื่องดีกับบริษัท เท่าที่สอบถามบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมสัญญาปากเปล่า ยืนยันทุกบริษัทปฏิบัติตาม แต่มีเพียง “หนึ่งเดียว” ที่ครอง “แชมป์” จ่ายสูงในตลาดมาก่อนหน้านี้ยังคงจ่ายสูงอยู่ถึง 45% ไม่รู้อยู่ได้อย่างไร

แต่ด้วยแรง “กดดัน” จากเกมการแข่งขันการตลาด บวกกับเป้าหมาย การเติบโตด้านตัวเลขยอดขายเอาเบี้ยเข้ามาก่อนสินไหมค่อยว่ากันทีหลังเพราะ แม้คปภ.จะออกกฎเข้มข้นขึ้นแต่จริงจังแค่ไหนอยู่ที่การบังคับใช้อาจจะทำให้บริษัทประกันภัยที่ตั้งธง! ลดค่าคอมมิสชั่นอาจจะทำไม่ได้อย่างที่คิด

เพราะกลยุทธ์การตลาดไม่ว่าจะกี่ยุค กี่สมัย การจูงใจให้ขายด้วยการ จ่ายผลตอบแทนสูงๆ ทำงานได้ผลมาตลอด ยิ่งถ้าสามารถควบคุมต้นทุนอื่นในองค์กรลดลงได้ การลดคอมมิสชั่นอาจจะไม่แข็งขันเท่าที่ควร อีกทั้ง การลดคอมมิสชั่นย่อมทำให้บริษัทนั้นๆ สูญเสียงาน เชื่อว่า งานนี้คงมีรายการ “หักหลัง” กันบ้าง
   
ที่มา : สยามธุรกิจ



INSURANCETHAI.NET
Line+